สวัสดีค่ะทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม
รายการหาเรื่องอัพบล็อกวันนี้ จะมาพาไปชมสถานที่น่าไป(กิน)ย่านเสาชิงช้า
แต่ก่อนอื่นขอแอบโฆษณาโรงเรียนนิดนึง~
เริ่มกันเล้ย~~~
โรงเรียนเบญจมราชาลัยค่ะ
(เพิ่งรู้ตัวหลังกลับบ้านแล้ว ว่าลืมถ่ายรูปป้ายชื่อโรงเรียน T_T พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย)
เริ่มด้วยเพื่อนๆในห้อง...พอหยิบกล้องออกมาก็ต้องลองซะหน่อย...
คุณหัวหน้าห้องแว่นแดงขรา~ เห็นกล้องแล้วอกไม่ได้เลยสินะ -*-
(ล้อเล่นจ้ะ)
ตึกและสถานที่ต่างๆภายในโรงเรียน
ซึ่งจะประกอบด้วยสี่ตึกคือ เทพรัตน์,จันทรนิภา,วัฒนวงศ์,และมรุพงศ์อนุสรณ์





โรงเรียนนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมายเอามาให้ดูสองที่คือ....(ตามภาพที่เห็นค่ะ...อยู่มาหกปีจำชื่อได้เขียนไม่ได้..)
อันนี้อีกองค์นึงที่ จะมีนักเรียนบางส่วนเท่านั้นที่รู้จัก
และพอเดินเข้าโรงเรียนจะไหว้กันทุกครั้ง
ตอนแรกเข้าโรงเรียนมาใหม่ๆก็งงว่ารุ่นพี่เค้าไหว้อาจารย์แล้ว หันไปไหว้ทางนั้นอีกทำไม
ตอนนี้เป็นรุ่นพี่เค้าแล้ว ก็มีรุ่นน้องมองแล้วงงเหมือนกัน หึหึ
บรรยากาศในห้องสมุดและห้องประชุม


บรรยากาศในห้องประชุม.....(ตอนประชุมระดับ)(อันที่จริงต้องเรียบร้อยกันกว่านี้เนอะ...)เราเอามาแปะงี้ ถ้ามีอาจารย์คนไหนเข้ามาเห็นนี่ซวยกันทั้งระดับเลยชิมิส์ ชิมิส์~ (มีแอบกินบูลเบอร์รี่ชีสเค้กกันด้วยนะนั่น..)
เสาชิงช้าจากมุมมองในตึกของโรงเรียน ซึ่งกำลังจะพอเดินเล่นกันต่อไป
เลิกเรียนแล้วก็เดินมาที่ใกล้ๆก่อนเลยคือวัดสุทัศน์
นี่คือที่ๆต้องมานั้งสวดมนต์กันตอนเช้า เพราะในโรงเรียนเข้าแถวกันไม่พอ(ฮ่า)
ในอุโบสท



เสาชิงช้า -0- ตอนถ่ายมาได้ล่ะอ๊ายอาย ทั้งรถผ่านทั้งเพื่อนตะโกนล้อ เฮ่อ..
ว่าแล้วก็เริ่มการพาทัวร์เลย~~
ตอนแรกกะจะเดินไปร้าน "นมโจ"ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุม(?)
ของเด็กเบญฯ...
ใครอยู่เบญฯไม่เคยไป = ไม่ใช่เบญฯ
..........
แต่ดิฉันก็ไม่เคยไป และไปไม่เป็น...เดินวนสองรอบแล้วหาร้านไม่เจอ
เลยไม่สามารถอธิบายได้ว่าร้านเป็นอย่างไร และขายอะไร
ขออภัยจริงๆ orz
ว่าแล้วก็ช่างมันเดินมาร้านต่อไป
ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งบางช่วงรถจะติดมากทีเดียว
เดินเข้าซอยมหรสพมาสักนิดก็เจอร้านต่อไปแล้ว :D
ร้านน้ำปั๊นปั่น กับ โจ๊กบางกอก
ซึ่งขายอยู๋ด้วยกันน่ะหล่ะ
พี่ๆร้านนี้ใจดีกันมาก โจ๊กก็อร่อย แต่เสียดายไม่ได้ทาน
เลยไม่ได้ถ่ายรูปโจ๊กมาให้ดูกัน (เซฟตัง&เซฟท้อง)
บรรยากาศในร้านจัดร้านสวยงาม
มีน้ำผลไม้และสลัดผลไม้สดๆให้ได้เลือกชิมกันมากมาย
เอาล่ะทดลองสั่ง(จริงๆตั้งใจจะสั่งอยู่แล้วล่ะ)
น้ำองุ่นปั่นมาทานเป็นพลังงานในการเดินต่อ
พี่เค้าก็หยิบองุ่นสดๆ เป็นเม็ดๆ มาใส่เครื่องปั่นเลย
ตอนขอถ่ายรูปหนูอ๊ายอาย...
แต่พี่ๆก็ใจดียอมให้ถ่าย>//<~ ว๊าย
พูนๆถ้วยเลย~
ร้านนี้มีเมนูอาหาร(ผลไม้)หลายอย่างมากนะคะ
มากมายจนบอกไม่ถูก แต่อร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกอย่างเลย
เป็นร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ก่อนถึงศาลเจ้าพ่อเสือสักเล็กน้อย
ซึ่งโจ๊กบางกอกนั้นก็อร่อยมากๆ :D
ธรรมดา 20 ใส่ไข่ 25 จานเบ้อเริ่มเลย
ส่วนน้ำองุ่นปั่นแก้วนี้ 30 บาทค่า อร่อยคุ้ม - - b
(แผนที่การเดินทางครั้งนี้ทั้งหมดจะอัพไว้ข้างล่างสุดนะคะ)
ว่าแล้วก็เดินออกมาจากถนนมหรสพมาทางศาลาว่าการกรุงเทพ
แล้วก็มาเจอะร้านดังอีกร้านหนึ่งคือ
ร้านมนต์นั่นเอง
ร้านนี้ดังอยู่แล้ว ขึ้นชื่อเรื่องขนมปัง
ไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็คงจะรู้จักกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ?
บรรยากาศในร้าน
มุมขนมปัง
ว่าแล้วก็สั่งมาทานสักหน่อย ขนมปังเนยนมสองแผ่น 30บาท อ๊อค...
อร่อยดี ราคาเท่านําองุ่นเลยล่ะตัวเอง T_T
ว่าไปตะกี้ลืมถ่ายรูปน้ำองุ่นให้ดู มาถ่ายตอนนี้ก็ซัดไปครึ่งแก้วแล้วล่ะค่ะ
เอาละ...เดินต่อมาอีกหน่อยก็เจอร้านอีกร้านหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วย
"สาวๆ" ฮ่า
เพราะว่าใกล้ทั้งเบญจมทั้งสตรีวิทย์เลย
เวลาเลิกเรียนหิวๆ ก็จะยกขบวนมาที่นี่กัน ร้านนี้คือ...
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ "คนมีเส้น"
ชามล่ะ 10 บาทค่ะ
บรรยากาศร้านชั้น1
ชั้นสอง~
ไม่เห็นหนุ่มๆซักคง
แต่แว่วๆมาว่าวันนี้ ชักชวนเด็กหนุ่มคนนึงหลงเข้าไปลองทานได้
เค้ามาเล่าให้ฟังว่ามีแต่สาวจ้อง(เพราะสาวๆไม่มีที่นั่ง)
เลยต้องรีบกินรีบไป แต่คอมเม้นมาว่า อร่อยเหมือนที่คุยไว้จริงๆเลย
ไหนๆก็เก็บกระเพาะเผื่อไว้แล้วก็...
สั่งซะ...
"เส้นใหญ่ไม่ผักไม่พริกค่ะพี่"
(สั่งมาสองจาน)
เบ็ดเสร็จแล้วหมดไป 20 บาท (ถูกกว่าขนมปัง -[]-')
ร้านนี้ ต้องเดินเลยร้านมนต์มาหน่อย เกือบถึงอนุเสาวรีประชาธิปไตย
ซึ่งพออิ่มท้องแล้วก็เดินออกมาถ่ายรูปให้ดูกัน
สวยงาม :D
ต่อไปก็ว่าจะกลับบ้านแล้วแต่นึกได้ว่ามีอีกร้านหนึ่ง
เลยเดินกลับมาศาลาว่าการกรุงเทพฯ
เป็นร้านที่อร่อยและเป็นที่ซ่องสุมของเด็กเรียนอีกด้วย(?)
เพราะว่าด้านบนของร้านจะเปิดให้อาจารย์มาสอนพิเศษให้นักเรียน
ซึ่งอาหารก็อร่อยทีเดียว
ร้านนี้ชื่อ"อิษฐารมณ์"
(ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ชื่อร้านถูกหรือเปล่า แต่ชื่อร้านอ่านได้ว่า อิด-ถา-รมค่ะ)
เป็นร้านเล็กๆบรรยากาศสวยงาม
ตั้งอยู่หลัง ศาลาว่าการกทม.ค่ะ
วิ่งเข้ามาถ่ายรูปแล้วก็ไป :P
ไม่เหลือท้อง& เงินที่จะลุยต่อแล้ว เหะๆ
คุณลุงเจ้าของร้านก็นึกว่ามาเรียนพิเศษเลยบอกว่าให้เข้ามารอเพื่อนๆ
(ซึ่งวันนี่เป็นวันของน้องม.4 อู้ว เห็นหนูหน้าเด็กสินะคะ)
เดินกลับมาศาลาว่าการเพื่อขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
แลเห็นภัตรคารปู้เฮ้าด้วย
(แต่นู๋ไม่เคยไปกิน)
ซึ่งบัดนี้ก็เย็นแล้ว (5โมงกว่าๆ)
เลยวิ่งมาถ่ายเสาชิงช้าให้ดูอีกรอบ
แล้วก็ถ่ายรูปชื่อกรุงเทพ....
เส้นสีเหลืองๆหยึกๆหยักๆที่เห็นนั่น ชื่อกทมทั้งหมดล่ะค่ะ
อันนี้แผ่นป้ายข้างๆชื่อ
แล้วก็มารอรถเมล์ ตอนแรกกะนั่งกลับบ้านเลย แต่ว่าไม่มาสักที
ก็เลยนั่งรถสาย 42 ไปลงดิโอแล้วเดินกลับแทน(เร็วกว่า)
มาถึงก็หยิบกล้องถ่ายรูปเลย แหะๆ
ที่ดิโอจะมีส่วนหนึ่งที่เต็มไปด้วยร้านขนมไทยค่ะ
ร้านนี้จะขายลูกชุบด้วย แต่เสียดายไปช้าไป
หมดไปแล้ว T+T
ขนมเบื้องค่ะ
อันนี้เป็นซุ้มหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภันท์
ซึ่งจะจัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆค่ะ
แล้ววันนี้ก็เพิ่งสังเกตเห็นร้านเปิดใหม่ -0-
โอ้ว ขยายสาขามาเปิดที่นี่แล้วหรือไร
เข้าโหมดเดินกลับบ้านก็ผ่านศาลาเฉลิมกรุงค่ะ
แต่ก่อนเป็นโรงหนังเดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็นโรงละครแล้ว
ไม่ทราบเหมือนกันว่ายังคงมีหนังฉายอยู่หรือเปล่า
แต่ช่วงนี้เด่นๆก็โขนล่ะค่ะ
และแล้วก็กลับบ้านโดยปลอดภัย
มีน้องหมารอต้อนรับอยู่
ชื่นใจขึ้นเป็นกองเลย :D
แผนที่การเดินทางครั้งนี้ จิ้มได้เลยค่ะ
ที่เขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้หลายๆคนได้ทราบว่า
กลางกรุงของเราก็ยังมีที่น่าเที่ยวเยอะนะคะ
วัดแถวนี้ที่สวยงามก็มีเยอะแต่เดินไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ orz
หวังว่าจะลองมาเยี่ยมชมแถวๆนี้กันบ้างนะคะ
แล้วที่ใกล้ๆก็ยังมีโลหะปราสาทที่สวยงาม
ลานเจษฎาบดินทร์
อนุเสาวรีย์ 14 ตุลา
ฯลฯ อีกมากมาย
เมืองไทยเราน่าเที่ยวนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ
...........
..........
...............
Edit เพิ่มรูป ค่ะ
เริ่มด้วยการเดินเที่ยวในสวน


อันนี้ปรับกล้องตามสภาพจริงค่ะ


แถวนี้เบญจมเรียกกันว่า ลานหอยค่ะ


เสาชิงช้าเล็กๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของถิ่นนี้




ที่นี่ แต่เดิมเป็นคุกค่ะ หอคอยที่เห็นพวกนี้คือ หอคอยที่ ผู้คุมจะขึ้นไปยืนถือปืนไม่ให้นักโทษปีนหนี
สมัยก่อนอาจารย์ที่โรงเรียนเล่าว่า นักเรียน เรียนไปก็กลัวไป เพราะเห็นทหารถือปืนทำหน้าดุ
สมัยนั้น โรงเรียนสูงพอที่จะเห็นป้อมได้อย่างเดียว กำแพงรอบๆสูงมากทำให้ไม่เห็นนักโทษค่ะ
พอเค้ารื้อคุกทำเป็นสวน ก็ทำให้เบญจมราชาลัย สงบสุขตั้งแต่นั้นมา (เวอร์ไป...)

เดินผ่านศาลาว่าการ ฟ้าก็ครึ้มแล้ว


อึ้บ ถึกเดินต่อมาถึง

อนุเสาวรีย์ค่ะ ยืนรอนานมาก เค้าก็ไม่เปิดไฟให้สักที
เลยช่างมัน
เดินต่อมา ที่ลาน พลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

ถ่ายรูปรอบๆมาเยอะมากกก มันสวยจนหยุดไม่ได้ T_T









บรรยากาศโดยรอบค่ะ


เห็นโลหะปราสาทด้วย สีสวยมากเลย
ถ้าขึ้นไปแล้วจะสูงพอสมควรเลยค่ะ
เค้าจะเปิดให้ขึ้นถึงยอดสูงสุดที่เห็น เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ทางเดินตรงนั้น เล็กและแคบ บรึ่ย ~
แต่พอขึ้นไปตรงนั้น มองลงมาจะเห็น ความสวยงามของโลหะปราสาท แปบสุดๆไปเลยค่ะ
เคยขึ้นไปครั้งนึงแล้ว หลังคาเกล็ดอะไรนั่น ทำปราณีตและสวยงามมากเลยค่ะ


ภูเขาทอง เห็นแว่บๆ ก็เลยซูมถ่ายมาค่ะ

แล้วก็เดินไปถึงวัดราชนัดดา กะเข้าไปถ่ายโลหะปราสาท

เค้าไม่ต้อนรับนู๋อ่ะ T_T ปิด ตั้งกะหกโมงแล้ว...

แต่เปิดไฟข้างในสวยมากเลย...(ดูจากภาพบนๆ) แต่ไม่ยอมให้เข้าไปถ่าย ฮือ T_T
อันที่จริงมีทางเข้าไปอีกทาง พอดีว่าเดินผ่านตอนเค้าเปิดออกมาพอดี
เค้าไม่ให้เข้าไปถ่ายค่ะ มันมืดแล้ว...
(อันที่จริงก็กลัวเพราะตั้งอยู่ในวัด เงียบและมืดมากเลย)
น่ากลัวมากก T_T
เดินกลับอย่างเหงาหงอย...orz เก็บภาพป้อมมาฝากอีกภาพ
อันนี้เรียกป้อมพระจุฬ หรือป้อมอะไรก็ไม่ทราบค่ะ จำไม่ได้
ชื่อป้อมสามป้อมแถวนี้มันตีกันเหลือเกิน ขออภัยค่พ

มองไกลๆตกใจนึกว่าภาพคน..
เห็นแปลกดีเลยถ่ายมา
มีใครคิดเหมือนกันไหมคะ?
(ที่จริงมันคือ แผนที่น่ะค่ะ)

ตอนเดินกลับเค้าเปิดไฟพอดีเลย
บรรยากาศจริงก็สวย
อันที่จริงถ่ายไว้หลายช้อทมากค่ะ เพราะชอบไฟรถที่วิ่งผ่านไป
มันสวยดีค่ะ ^_^
เลยเลือกที่สวยที่สุดมาสองรูปให้ดูกัน

ถ่ายยังไงก็ไม่รู้ พอกดดูภาพใหญ่แล้วเหมือนโมเดลเลย (ไม่เหมือนของจริง)

แล้วก็ว่าจะถ่ายเสาชิงช้าก่อนกลับแต่ว่าเค้าไม่เปิดไฟอ่ะค่ะ เลยถ่ายมาแค่วัดสุทัศน์ ที่เดิมค่ะ

ทุ่ม 52 นาที กลับบ้าน~

สาวๆ ออกจากบ้านมืดๆค่ำๆแบบนี้ต้องระวังตัวด้วยนะคะ ~
_________________










































