2008/Aug/09

วันที่5 สิงหาคม พวกเรามีเป้าหมายหลักคือการไปดูงานที่โรงแรมเลอเมอริเดียน ตอนแรกนั้นว่าจะเป็นโรงแรมฮิลตั้น แต่ว่าเพราะเหตุผลบางประการจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นที่นี่แทน

หลังจากลงเรือออกจากเกาะยาวน้อยแล้วก็ใช้เวลาประมาณ2ชั่วโมงกว่าจะถึงภูเก็ต
พวกข้างในเมานํ้ามันเรือจะอ้วกจะตายกันเหมือนเดิม



พอออกตัวมาได้สักหน่อยฟ้ายังคงสดใส แต่พอมาถึงที่ภูเก็ตฟ้าก็มืดครึ้มทำท่าจะตกแหล่ไม่ตกแหล่

มาถึงที่ท่าบ้านป่าโรง
เวลาพักไม่มีเลย ลงจากเรือปึ้บก็ขึ้นรถปั้บ พอขึ้นรถแล้วเพิ่งจะเห็นว่ามีลิงเกาะอยู่ตามพงไม้ข้างๆ เยอะมากๆ
เสียดายที่วิ่งลงไปถ่ายไม่ได้ ลิงท่าทางเชื่องด้วยเพราะอยู่ห่างจากทางเดินไม่ถึงสามเมตร คนเป็นร้อยเดินผ่านก็ยังเฉย

กำหนดการแน่นเอี๊ยดภายในครึ่งวันเช้านี้

เปิดมาก็ไปวัดฉลองนักท่องเที่ยวที่นี่เยอะพอสมควร อาหารแถวนี้เริ่มขายตามราคานักท่องเที่ยวนิดหน่อย (ไอติมโคนวอลล์ธรรมดาขายโคนล่ะ15บาท)





ต่อมาก็แวะร้านขายมะม่วงหิมพาน(พิมพ์ไม่ถูก...)
ที่ร้านเม็ดมะม่วงฯ มีการสาธิตการแกะเม็ดม่ะม่วงไม่ให้แตกออกจากกัน
แถมในร้านยังมีผลิตภันณ์จากเม็ดมะม่วงแปรรูปอยู่หลายอย่างมากๆ
ทุกอย่างมีให้ชิมฟรี เด็กๆบางคนเดินไปรอบๆ รอบเดียวก็เคี้ยวตุ่ยๆกลับรถไม่ได้หยิบอะไรเป็นของฝากติดมือมา(เช่นเจ้าของกระทู้)




ของในร้านมีหลายอย่างมาก ทั้งเม็ดมะม่วงเคลือบช็อกโกแลต คลุกนํ้าตาล เอาไปทอดเป็นถั่วก็มี

หลังจากนั้นก็มาต่อกันที่ร้านไข่มุก
มีโต๊ะสาธิตการแยกไข่มุกจริงกับปลอมด้วย




และก็มีเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุกขายมากมาย
มีไข่มุกราคา12ล้าน เป็นสีงาช้างลูกกลมๆที่เห็นตั้งอยู่บนแท่นในภาพ

ต่อจากนั้นก็ออกเดินทางไปที่ๆขาดไม่ได้สำหรับการมาภูเก็ต แหลมพรหมเทพนั่นเอง
เอาล่ะ มาถึงก็เดินๆลุ้นขึ้นไปจะเป็นยังไงกันหนอ

และสิ่งที่ได้เห็นเป็นอย่างแรกก็คือ!!

โอ้โห ช่างสวยงาม มองเห็นนํ้าทะเลที่ค่อยๆซัดเข้าเกาะด้วย คลื่นสีขาวๆ เสียงนํ้าทะเลช่างไพเราะจริงๆ
ถ่ายรูปเกาะนี้เยอะมากเพราะสวย เห็นแล้วติดตา
เด็กๆก็ถ่ายรูปกันใหญ่ ยืนเรียงรายกันตามขอบที่กั้น(ไม่ค่อยสูงมาก พอจะเป็นที่นั่งได้)

แล้วอาจารย์ก็เดินมา....

"นี่ยังไม่ใช่แหลมพรหมนะ"

เด็กๆ ".........."

"ต้องตรงนู้น เดินไปอีก"

และสิ่งที่พวกเราได้เห็นก็คือ....



อะไรนะ... ที่ดินแดงๆขอบๆตรงนั้นนะเรอะ...??

ก่อนที่จะได้ทันวิ่งลงไปดูชัดๆ ทางโรงแรมเลอเมริเดียนก็โทรมา บอกว่า จะเก็บอาหารที่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว อ.จึงเรียกเด็กทั้งหมดกลับรถ พุ่งไปโรงแรม
จัดอีกสองภาพ เกาะงามๆ กับแหลมพรหมเทพ



ช่วงระหว่างไปโรงแรมนี่ต้องเรียกได้ว่าเกือบตาย....ทั้งคัน
เพราะรถต้องขับขึ้นเขาเลี้ยวไปมา แล้วฝนก็ตก
มีอยู่โค้งนึงที่รถขับเร็ว(เพราะรีบไปโรงแรม)
แล้วพอเลี้ยว รถเอียงไปทางซ้ายครึ่งคัน พอมองลงไปมีแต่หน้าผาสูงๆตกไปก็ข่าวหน้าหนึ่งแหงๆ

รถเบรคดังเอี๊ยดด แล้วพยามชะลอรถ เด็กๆในรถใจหายใจควํ่าข้าวของตกกันเป็นแถว
ดีนะ ไม่ร่วงลงเหว....

เอาล่ะ แล้วเราก็มาถึงโรงแรม เลอเมอริเดียน



มาถึงก็ซัดอาหารกันก่อนเลย เพราะยังไม่ได้ทานข้าวมาตั้งแต่เช้า
เป็นแบบบุฟเฟ่
อาหารมีให้กิน3-4 อย่าง....แต่ละอย่างเหลือร่อยหรอมากๆ
หนึ่งคือ เนื้อวัวเย็นชืดๆ....
สองคือไก่สะเต๊ะไร้ความอบอุ่น+อร่อย
สามคือปอเปี๊ยะที่ใช้แสงสปอร์ตไลท์แทนการอุ่นมันเลยร้อนจี๋อยู่อันเดียว
สี่คือยำวุ้นเส้นมั้ง...

กับข้าวที่เจียนจะหมด เหลืออยู่ขอบๆ...


มีเวลาให้30นาทีในการทานให้เสร็จ เด็กๆทั้ง130คนต้องนั่งรอกว่าข้าวจะมา
ก็จะหมดเวลาแล้ว
พอรุมกันตัก อาหารที่ร่อยหรอ ก็หมดเกลี้ยง
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มาช้า ทำให้ไม่มีอะไรกิน
ตอนหมดเวลา เดินออกไปห้องประชุม อาหารเพิ่มเติมเพิ่งจะมา
ของหวานในภาพที่เห็นสวยๆนั่นคือ เจ้าของกระทู้วิ่งมาถึงเป็นกลุ่มแรก เลยได้เก็บภาพก่อน
ส่วนอาหารเก็บไม่ทันเพราะคนรุมตักหมดแล้ว

สิ่งที่พวกเราคิดในตอนนั้นคือ

"มันทำให้ใครกิน....."

เอาล่ะ ช่างเถอะ

พอเดินออกมาดูราคาบุฟเฟ่ที่ปิดไว้ข้างหน้าเท่านั้นล่ะ

"WTH!"

790 ต่อหัว อาหารมีให้กิน3-4อย่าง เย็นชืด บริการลูกค้าในตอนนี้ถือว่าห่วย
ห่วยมากๆ กินไปเร่งไปบอกให้ไวๆ (บริกรแถวนั้น)

ช่างไม่คุ้มกับราคาที่เสียไปเลย ทานกันก็ไม่อิ่ม แถมราคาก็แพง
............
เรื่องบ่นพอแค่นี้ดีกว่า ไว้บ่นล่างกระทู้ต่อ

ต่อจากนั้นก็เข้าห้องประชุม.... มีพี่(ป้า ขอเรียกงี้แล้วกัน...)
มานำไป ท่าทางแกดูถูกพวกเราเด็กนักศึกษาซะเต็มประดา
เด็กบางคนจะขอเดินไปห้องประชุมก่อน พี่เขาก็บอกว่า

"รอตรงนี้รอรวมกันเยอะๆเดี๋ยวพาไป"
ถ้าเขาใช้นํ้าเสียงและกริยาอาการดีๆ จะไม่อคติขนาดนี้
เขาใช้สายตา+ท่าทางที่ดูถูกมากๆ ทำเอาจี๊ดเลย
ตอนแรกนึกว่าจะคิดไปเองคนเดียว แต่เพื่อนๆอีกหลายกลุ่มก็พูดเหมือนกัน

พอแขกฝรั่งเดินผ่านก็หันไปยิ้มตาแป๋ว
แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าหันมาบอกเด็กๆว่า "น้อง หลบแขกหน่อย"
แล้วก็ทำหน้ายิ้มรับฝรั่งต่อ...

เอ๊ะ... แปะรูปไปบ่นไปซะแล้ว

เอาล่ะ เข้าห้องประชุมก็มีแนะนำเกี่ยวกับเครื่อข่ายของโรงแรม เอกลักษณ์ของเลอเมอริเดียนล้วนๆ



เอ๊ะ? เรามาดูโรงแรม หรือดูประวัติ "เลอเมอริเดียน" กันนะ

ช่างเถอะ
แล้วก็มีการสาธิตการปูผ้าปูที่นอนแบบ เลอเมอริเดียน การพับตุ๊กตาหมา
(พี่ที่พับตุ๊กตาหมาใจดีและสอนอะไรต่างๆให้ดีมากเลย)
จากนั้น พวกเราก็แยกกลุ่มกันไปเดินดูโรงแรม

มีช้างด้วย lol~



เดินมา ก็นึกว่าจะได้เดินดูหลายๆห้อง
กลับเป็นได้ดูห้องแบบ twin room ซะหมด

พี่เขาบอกว่า แขกเยอะ ห้องว่างที่จะให้เข้าไปดูได้ไม่ค่อยมี
กลายเป็นได้ดูห้องแบบtwin room สามห้อง แต่ว่าต่างกันแค่ โอเชี่ยนวิว เมาเท่นวิว แล้วก็คอนเนคติ้งรูม
มาตั้งนาน ตั้งไกล ได้ดูห้องของโรงแรมห้าดาว แค่เนี้ย????




หลังจากดูห้องสามห้องเสร็จ

พี่เขาก็พาออกมาเดินดูรอบๆโรงแรม
ที่ได้ระดับห้าดาวเพราะที่นี่มีหาดส่วนตัว มีการบริการ(กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ) และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง





ในภาพที่เห็นจะมีทั้งสนามบาส ไดร์ทกอล์ฟ สนามยิงธนู ปีนหน้าผาจำลอง หมากรุก(ใหญ่มาก)
มีห้องรับเลี้ยงเด็กและห้องอาหารแบบต่างๆหลากหลายมาก

ห้องอาหารของที่นี่จะแยกเป็นห้องๆเลยว่านี่ห้องอาหารจีน ไทย ญี่ปุ่น บุฟเฟ่(แบบที่พวกเรากิน) บาร์บีคิว ซันเซสบาร์
เยอะแยะ
ตัวอย่างห้องอาหารญี่ปุ่นกับไทย



หลังจากเดินชมเสร็จ พวกเราก็มาที่พักที่หาดป่าตอง โรงแรมป่าตองลอร์ดระดับประมาณ3ดาว
เป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่มีลิฟเลยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อมาถึง พี่ๆที่โรงแรมให้การต้อนรับอย่างพอดี

มีการเตรียมนํ้าตะไคร้ไว้ให้ ซึ่งอร่อยมากเลย สำหรับเรา (บางคนก็ไม่ชอบ)
ไม่ได้ทันถ่ายรูปห้องมาเพราะเหนือยกันมาก+แบตหมด
มาถึงก็นอนเล่นสักแปบ ก็เลยพากันเดินออกมาข้างนอก เพราะเป็นเวลาฟรีไทม์
ต้องหาข้าวกินกันเอง(ทั้งๆที่บอกว่าจะเลี้ยงข้าว10มื้อ)

โรงแรมอยู่ค่อนข้างไกลจากหาดป่าตองมาก ตอนแรกกะจะเดินลงไปกัน
พอดีเห็นรถแท็กซี่แถวนั้นจอดอยู่ เลยไปถามราคา
"เหมาไป 200 ไม่รวมกลับเที่ยวเดียว" ซึ่งตอนนั้นอยู่กันสามคน เลยเซย์โนว โคตรแพง...

เลยลองเดินวนเล่นๆแถวนั้นเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตก แล้วลืมหยิบกล้องมาเลยขอเพื่อนๆวิ่งขึ้นไปหยิบ
พอลงมาก็เห็นเพื่อนอีกกลุ่มที่กำลังจะลองไปพอดี (ทางนั้นก็อีกสามคน) + กับเพื่อนต่างห้องอีกสองคน เลยตกลง เหมารถกันไป คนล่ะ20

ไอ้เราก็ดีใจว่ากำลังจะได้ลงไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่หาดแล้ว
แล้วก็ได้แต่ดีใจเก้อ................

ไอ้คนขับมันขับรถวนอยู่นอกหาด รอบนึง เพื่อให้เด็กๆในรถได้ดูว่า มันไกลมากคุ้มค่ารถ200 ...
เมื่อถึงหาด พระอาทิตย์ก็ตกไปเรียบร้อยแล้ว

สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ได้ภาพมาเท่าที่เห็น





พอถ่ายๆรูปเสร็จก็พากันหาข้าวกิน
แต่เมื่อเห็นราคากันแล้วกระอั่คเลือด

ไอติมแมคโดนัลในกรุงเทพ 7 บาท แต่ไปนู่น 30บาท
ข้าวโพดฝักล่ะ150 ราคาอาหารแพงมากๆ ขั้นตํ่าก็คือ 1 ดอลของพวกฝรั่งแล้ว
มีแต่ชาวต่างชาติเดินขวั่กไขว่

"นี่ตูอยู่ไทยเหรอ?"
เด็กๆคิดกันได้แค่นั้น
เลยตกลงปลงใจกันว่า "ข้าวกล่องเซเว่นเหอะว่ะ"

แล้วก็เดินหาเซเว่นกันแทบเป็นแทบตาย
เดินกันเหนื่อยมากๆ เพราะรถที่เหมามามันปล่อยซะสุดหาด แล้วโรงแรมก็เดินขึ้นไปบนเขา
เอาง่ายๆก็ไปตอน5โมงกว่าๆ แค่เดินหาเซเว่นก็1ทุ่มแล้ว....
เดินกันเป็น 4-5 กิโลได้ถึงจะเจอเซเว่น(ไกลมากจริงๆไม่ได้โม้...)
พอเข้าเซเว่น ก็เจอฝรั่ง ที่ภูเก็ตเนี่ย มีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างแปลกสำหรับเรา
เพราะ ช่าวต่างชาติหลายๆชาติทุกคน จะทักทายและตีสนิทกันตรงนั้นเลย
แล้วก็... รู้สึกคนไทยที่ขายของอยู่แถวนั้นจะเห็นคนไทยด้วยกันเป็นของแปลก

แทบทุกคนหันมาเว้า engใส่ พอพูดไทยกลับไปว่าไม่เอา
"อ้าวคนไทยเหรอ"
"ทำไมคนไทยวันนี้เยอะจัง"
บางคนก็ดี บางคนก็ร้าย
เพื่อนเราคนนึงมาเล่าให้ฟังว่า มีคนมาถามว่าเอากระเป๋านี่ไหม? พันห้า เป็นภาษาอังกฤษ
มันเลยตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า ถ้าเหลือร้อยนึงจะเอา

พวกนั้นเลยด่าเป็นไทยเลย มันก็พูดไทยเสร็จแล้วก็วิ่งหนีมา lol~~
เจอตะโกนด่าตาม "ไอ้**** พูดไทยได้ก็ไม่บอกมาต่อราคาซะ*** เลยนะ***"

แล้วก็มีเพื่อนๆเราโดนฝรั่งทักว่ามาจากไหนกัน(ตอนนั้นจ่ายตังอยู่)
แต่พูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้ เจอฝรั่งด่าเลยครับท่าน!!

ด่าเป็น engนะ
"ประเทศไทยดังจะตาย ผมมาอยู่ไทย ยังพูดไทยได้นิดหน่อยเลย แล้วทำไมคนไทยพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้"
"สมมุตินะ ถ้าำพวกคุณไปอยู่ที่ออสเตเรียประเทศผมเนี่ย คุณจะพูดภาษาอะไรกัน"

แหม... ไม่ใช่ปกป้องเพื่อนอะไรนะ -_- แต่คุณมาอยู่ไทยเจอคนไทยทุกวันก็ได้พูดไทยได้ไม่มากก็น้อยล่ะจริงม่ะ
พวกเราอยู่กรุงเทพ บางคนก็มาจากต่างจังหวัด ไม่ค่อยได้เจอฝรั่งเลยไม่ได้พูดกับฝรั่งบ่อยๆเลยด้วย เวลาเจอมันก็พูดไม่ออกนั่นล่ะ
ถ้าให้ไปอยู่ออสเตฯซักอาทิตย์ก็พูดได้เหมือนกันนั่นล่ะ...

เสียดายตอนนั้นจ่ายตังอยู่ ไม่งั้นจะวิ่งไปพูดตอกฝรั่งแบบข้างบนเนี้ยเลย เพื่อนมาเล่าให้ฟังทีหลัง
แต่ก็นะ ดูฝรั่งคนนั้นค่อนข้างเมาด้วย ซื้อเบียร์กินอยู่แล้วก็ตัวแดงแจ๋


เพื่อนคนที่โดนฝรั่งด่า หันมาถามเราว่า บีชเนี่ย เป็นร้านค้าทั้งหมดเลยเหรอ? เพราะเห็นมันมีป้ายแบบภาพข้างบนเนี้ย เรื่อยมาตลอดทางเลย
มันนึกว่าทั้งหาดเป็นร้าน ป่าตองบีช ร้านเดียว...
เลยบอกไปว่า ไอ้บีชเนี่ย แปลว่าหาดทราย ซีแปลว่าทะเล ที่มีแผ่นป้ายที่พื้นแบบเนี้ยหมายถึงตรงนี้น่ะคือหาดป่าตอง ไม่ใช่ร้านค้า(ที่โดนฝรั่งด่าก็สมควรอยู่...)

เสร็จแล้วพวกเราก็เดินออกมาจากเซเว่น ผ่านร้านค้าต่างๆหาที่นั่งกินข้าว ไปเจอสวนเด็กเล่นแห่งนึงที่มีร้านเช่าเสื่อผืนล่ะ20ให้เช่า เลยเช่าแล้วกันทานข้าวจากเซเว่นกัน

พอเพิ่งนั่งได้ไม่นานก็เจอเพื่อนๆจากจีนยูนานที่มาด้วยกันเลยทักทาย... ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
คุยกันด้วยภาษากายได้ความว่าเขาเดินมาจากโรงแรม จะมาหาของกินข้างล่าง เดินไกลมาก
พวกเราเลยบอก เราก็เดินมาจากสุดหาดโน่น จะเดินขึ้นโรงแรม ไกลมากกว่า lol~~

แล้วเขาก็ขอตัวไปซื้อของทานกันที่แฟมิลี่มาร์ท เราก็ชวนเขามานั่งด้วยกัน เดี๋ยวรอ
ก็เลย ok กัน

ก็นั่งถ่ายรูปชมวิวเล่นรอชาวจีนยูนาน


แล้วชาวจีนยูนานก็ซื้อของกินมานั่งทานด้วยกันกับเรา นั่งคุยนั่งเล่าเรื่องต่างๆสอนทั้งภาษาไทย-จีนแลกเปลี่ยนกัน
มีคนจีนขอเบอร์เราด้วย บอกว่าจะให้เราเป็นครูภาษาไทยให้หน่อย เขาจะมาเรียนที่นี่2ปี lol~

พอทานกันเสร็จ ก็ถ่ายรูปรวมซะหน่อย แล้วก็เดินกลับโรงแรมที่แสนไกล เดินไปคุยไปเลยรู้สึกว่าแปบเดียว(แต่ปาไปเกือบ3ทุ่ม...)

กลับมาถึงก็ลงเล่นนํ้าสระกัน ถึง4ทุ่มกว่าๆ เพื่อนจีนส่วนมากว่ายนํ้าไม่เป็นและกลัวนํ้าแต่ก็อยากลงเล่น- -'' (นํ้าสูงแค่อก)


เล่นนํ้าเสร็จก็ซัดอาหารมื้อคํ่าของพวกเรากันอีกครั้งด้วยอาหารยังชีพประจำวันหน้าโรงแรมเป็นอันจบวัน


================================================

มาบ่นถึงโรงแรมเลอเมอริเดียนกันต่อ

ที่พวกเราไปขอดูโรงแรมนี่ไม่ใ้ช่ฟรีนะ่ 790 ค่าอาหารต่อหัวก็ได้ทานกันแค่นั้น
ค่าเช่าสถานที่ประชุมอีกก็เป็นแสนเหมือนกัน

เข้าใจอยู่ว่าทางโรงแรมให้ความสำคัญกับแขกฝรั่งมากกว่า แต่พวกเราก็เสียตังดูเหมือนกัน น่าจะต้อนรับให้ดีกวา่นี้หน่อย

ด้านสถานที่สวยงามให้เต็ม แต่ด้านการบริการให้คนไทย 0.2 คะแนน
บริการคนต่างชาติก็ให้8คะแนนแล้วกัน ถึงแม้ว่าบริการดีแค่ไหน แต่ฉากหน้าอย่างหนึ่งฉากหลังอย่างนึงนี่ไม่ชอบเลย

ที่โรงแรมมีการรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงานด้วย ทั้งจากต่างประเทศและคนไทย
มีที่พักเป็นหอสำหรับลูกจ้าง/พนักงาน เดือนล่ะ 390 บาท นับว่าโอเคมากๆ
การให้ความรู้ด้านโรงแรมและบริการถือว่าไม่ดีเอาซะเลย
เหมือนจัดที่ส่งๆมารับหน้าไปวันๆ

โรงแรมนี้ส่วนมากจะไม่รับคนไทยเข้าพัก เพราะเห็นว่าคนไทยชอบไปรบกวนแขกต่างประเทศ
ดูถูกเด็กนักศึกษากันมากมาย ทั้งๆที่เวลาเดินไปดูห้อง นักศึกษาก็เกรงใจแขก ยิ้มรับชาวต่างชาติกันเป็นอย่างดี

โรงแรมหรูก็มีดีแต่บริการฝรั่งเท่านั้นล่ะสินะ เฮ้อ...

--------------
หาดป่าตองของภูเก็ตเนี่ย ผู้คนจะแข่งขันกันทำมาหากินซะมากกว่า
มีแต่นักท่องเที่ยวฝรั่งๆ ไม่เหลืออะไรที่เป็นไทยติดอยู่เลย

แต่ก็มีดีที่นักท่องเที่ยวทุกคนเป็นมิตร(นิดๆ) ทำความรู้จักกันได้
แสงสียามคํ่าคืนของหาดป่าตองไม่ต่างอะไรกับตรอกข้าวสารเลย
--------------

พี่ที่โรงแรมป่าตองลอร์ดเป็นมิตรมาก ขนาดตอนดึกๆพวกเราไปขอนํ้าร้อนต้มมาม่ากันก็ยินดีทำให้
แล้วก็ไปนั่งคุยกับพี่เขา สอบถามเรื่องราวต่างๆ พี่เขาก็ตอบให้เป็นอย่างดี คุยกันแบบเป็นกันเอง

มีเพื่อนคนนึงถามว่า มีแขกมาคุยกับพี่ๆแบบนี้มั่งไหม
พี่เขาบอกว่าไม่มีเลย มีพวกน้องๆมาคุยด้วยดึกๆแบบนี้ก็ดีใจ ทำเอาเด็กๆยิ้มกันแก้มปริ

เอาล่ะเช้าพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไประนอง ไปโรงแรมคาสิโนที่ฝั่งพม่าต่อ
ไว้ต่อ กระทู้หน้าเหมือนเดิม lol~~
แต่กับโรงแรมหน้าน่ะ บริการดีสุดๆไปเลยจริงๆ - - b

ภาพเฮฮาสวยๆ ก่อนไป ภาพทุกภาพที่เป็นภาพเล็กสามารถจิ้มให้เป็นภาพใหญ่ได้นะคะ



ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ได้ลงสระด้วยอ่ะ..
ตอนเค้าไปไม่ได้ลง.. น้ำได้แตะแค่จากก๊อกประปา..
เที่ยวสนุกก็ดีแย้วcry
มาเที่ยว ภูเก็ต นี้เอง

จาก คนอยู่ภูเก็ต big smile
#2  by  tiew@fine At 2008-08-09 22:38, 
โคอาล่ามาเยือนนนนนนนนนน !
#3  by  KoalaZ (58.9.26.99) At 2008-08-09 23:36, 
ง่ะ สวยจัง
น่าไป๊ น่าไป
#4  by  Nancy อารมณ์ดี At 2008-08-09 23:57, 
อยากไปมั่งง่ะ.....

T[]T

มีแต่รูปสวยๆทั้งนั้นเลย ชอบๆๆ

วันหลังไปทัวร์ถ่ายมาอีกน้า

ว่าแต่ ถ้วยมาม่าถ่ายมาทำมายยยย 555
#5  by  Bobo At 2008-08-10 00:21, 
555
อยากจะบอกแบร์ว่า รร.เลอเมอนะ
[ติ๊ด เซนเซอร์ เดี๋ยวรู้ว่าใคร]เป็นคนไปตรวจสอบอาคารให้เค้าเองนะ ตอนที่ซีนามิ มันเข้าอะ
บริการของพนักงานไม่รู้ซิว่าเป็นไง
แต่ว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมอาคาร น่ารักมากๆ
[ติ๊ด เซนเซอร์ เดี๋ยวรู้ว่าใคร]ซี้เลยละ ถึงกับว่าถ้านายช่างมาเที่ยวแถวนี้บอกนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดห้องให้พัก
ตอนไปทำงานก้ได้นอนอยู่คืนนีงนะ
เลยได้ถามว่าค่าพักเท่าไหร่ คืนละ 8000B ราคาLowSeason แล้วด้วย แม่เจ้า
แต่ห้องหรูมากมาย ขนาดเป็นห้องถูกสุด อิๆๆ
ตกลงไม่รู้แบร์เดาออกยังหว่าว่า[ติ๊ด เซนเซอร์ เดี๋ยวรู้ว่าใคร]เป็นใคร อิๆๆ
#6  by  เช่นเดิม ไม่บอก :P (203.209.31.32) At 2008-12-11 17:55, 
เออ หลัง จาก ดู หลายๆๆ
หัว ข้ อ แล้ว นะ ก้อ ไม่
รุ้ ว่า หน้า ตา เป้ง ไง เอา มา ลงหน่อย เดะ หรือ ว่า ไม่ กล้า ห๊ะ
แล้ว อา ยุ หละ เท่า กะ แม่ เรา ป่าว
เด็ก ๆ เขา ไม่ ทำ กัน หลอก แบบ นี้อ่ะ
ว่างๆ ก้อเล่น เกม เรียน ก้อ พอ แล้ว ไม ต้อง มา
แปล การ์ตูน เขียน การ์ ตุน ถ่ายรูป สถาน ที่ ต่างๆ
ถ่าย อะไร ไร้ สา ระ
ปอนด์ไม่ เข้า จัย เจงๆๆ
เฮ้อออออออออออออ ตอบ ด้วย พรีสสส
#7  by  Alenzer (117.47.147.110) At 2009-01-10 14:24, 

<< Home